ฝ้าเพดาน มีกี่แบบ
  • Tips & Tricks
  • /
  • ทำความรู้จัก ฝ้าเพดาน มีกี่แบบ เลือกแบบไหนถึงเหมาะสม
แชร์บทความ

ทำความรู้จัก ฝ้าเพดาน มีกี่แบบ เลือกแบบไหนถึงเหมาะสม

          ฝ้าเพดาน อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของบ้าน หากต้องเลือกใช้งานฝ้าเพดาน หลายคนอาจสงสัยกันว่าจะเลือกใช้ฝ้าเพดานแบบไหนถึงจะเหมาะสมกับการใช้งานของเรา เพราะฝ้าเพดานนั้นก็มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ซึ่งในวันนี้ HomeTricks เคล็ดไม่ลับเรื่องบ้าน มาพร้อมเกร็ดความรู้ดี ๆ เรื่องฝ้าเพดานมาแนะนำ ไม่ว่าจะเป็นประเภทของฝ้าเพดาน และข้อดีของเสียของแต่ละประเภท ถ้าหากอยากทราบว่าฝ้าเพดานแบบไหนจึงจะเหมาะสมต่อการใช้งานของเราไปดูกันเลย !

ฝ้าเพดาน คืออะไร ?

          ฝ้าเพดาน เป็นแผ่นวัสดุที่ปิดบริเวณพื้นที่ใต้หลังคา หรือใต้พื้นชั้นบน โดยการติดตั้งฝ้าเพดานนั้นจะช่วยป้องกันความร้อนใต้หลังคา อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการปิดซ่อนงานระบบต่าง ๆ ไว้เหนือฝ้า ไม่ว่าจะเป็น ระบบสายไฟ หรือท่อน้ำ เป็นต้น และยังช่วยป้องกันแมลง ฝุ่น เสียง อีกด้วย นอกจากนี้การติดตั้งฝ้าเพดานยังช่วยเพิ่มความสวยงามให้แก่บ้าน รวมทั้งควบคุมอุณหภูมิในห้อง
โดยวัสดุที่นำมาใช้ทำฝ้าเพดานนั้นก็มีหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับประเภทของฝ้าเพดานกัน

ประเภทของฝ้าเพดาน

ประเภทฝ้าเพดานหลัก ๆ จะแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ ได้แก่ แบ่งตามประเภทการติดตั้งและแบ่งตามวัสดุที่ใช้ติดตั้ง ดังนี้

1. ฝ้าเพดานแบ่งตามประเภทการติดตั้ง

1.1 ฝ้าเพดานแขวน (ที-บาร์)

ฝ้าเพดานแขวน (ที-บาร์)

ฝ้าเพดานแขวน หรือ T-bar เป็นประเภทฝ้าเพดานที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ เนื่องจากว่าติดตั้งง่าย สะดวก ราคาถูก ทั้งยังดูแลรักษาได้ง่าย และยังซ่อมแซมได้ง่ายอีกด้วย เพราะฝ้าเพดานทีบาร์นั้นสามารถเปลี่ยนชิ้นฝ้าที่ชำรุดได้เลยโดยที่ไม่ต้องรื้อเปลี่ยนทั้งหมด โดยฝ้าเพดานแขวนจะเหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดเล็ก อาคารสำนักงาน หรือ อาคารที่เน้นการซ่อมบำรุงได้ง่าย แต่ฝ้าเพดานแขวนจะไม่เหมาะสำหรับอาคารที่สูง ๆ เพราะหากเกิดแผ่นดินไหว หรือลมพัดรุนแรง อาจทำให้ฝ้าเพดานหลุดลงมาเป็นอันตรายได้

ในส่วนของการติดตั้งฝ้าเพดานแบบแขวนจะทำการติดตั้งโครงคร่าวเป็นรูปตัว T คว่ำ โดยจะเป็นช่องตารางสี่เหลี่ยมเท่า ๆ กัน และวางแผ่นยิปซั่มไว้ด้านบนโครง โดยขนาดมาตรฐานที่นิยมใช้ส่วนจะมากจะเป็น ขนาด 60×60 ซม. และ 60×120 ซม.

1.2 ฝ้าเพดานฉาบเรียบ

ฝ้าเพดานฉาบเรียบ

สำหรับใครที่อยากได้ฝ้าเพดานที่กลมกลืนเข้ากับตัวอาคาร ฝ้าเพดานฉาบเรียบ ถือเป็นฝ้าเพดานที่เหมาะสมต่อการใช้งานมากที่สุด เพราะจะติดตั้งแบบถาวร โดยจะยึดวัสดุแผ่นเข้ากับโครงคร่าวอะลูมิเนียมที่ติดไว้กับโครงหลังคา และจะถูกฉาบเรียบเนียนให้ไม่มีรอยต่อด้วยปูน และทาสีทับฝ้าเพดานทั้งหมด ซึ่งวัสดุที่นิยมใช้สำหรับฝ้าเพดานฉาบเรียบส่วนใหญ่จะเป็นยิปซั่มและไฟเบอร์ซีเมนต์ ที่มีคุณสมบัติ น้ำหนักเบา และติดตั้งง่าย

1.3 ฝ้าหลุม

 ฝ้าเพดานหลุม

ฝ้าหลุม ฝ้าที่มีการเล่นระดับเป็นฝ้าที่เหมาะกับห้องหรืออาคารที่ต้องการความสวยงาม และหรูหรา โดยการออกแบบของฝ้าหลุมนั้นจะทำให้พื้นที่ในบริเวณนั้นดูมีมิติมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ภายในพื้นที่นั้นดูสูงโปร่งขึ้นด้วย

1.4 ฝ้าอะคูสติก

ฝ้าเพดานอะคูสติก

สำหรับใครที่ต้องการฝ้าเพดานที่ช่วยป้องกันเสียง “ฝ้าอะคูสติก” ถือเป็นฝ้าเพดานที่มีการดูดซับเสียง ป้องกันเสียงสะท้อนได้ดีมากกว่าฝ้าชนิดอื่น ๆ โดยในปัจจุบันฝ้าอะคูสติกมีให้เลือกหลากหลายประเภท เช่น Acoustic Board, M board ฟองน้ำ เป็นต้น โดยฝ้าเพดานชนิดนี้จะนิยมใช้ในห้องดนตรี ห้องประชุมสัมนา โรงหนัง หรือ ห้องที่ต้องการลดการสะท้อนเสียง เป็นต้น

1.5 ฝ้าติดตั้งพิเศษ

 ฝ้าเพดานติดตั้งพิเศษ

ฝ้าติดตั้งพิเศษ เป็นฝ้าเพดานที่ถูกออกแบบมาเพื่อความสวยงามโดยเฉพาะ โดยฝ้าเพดานชนิดนี้จะนิยมใช้ในโรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารที่ต้องการความสวยงาม โดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งฝ้าติดตั้งพิเศษจะถูกออกแบบมาเพื่อพื้นที่นั้น ๆ โดยเฉพาะ ในส่วนของวัสดุที่ใช้ก็จะมีหลากหลายโดยจะมีการผสมวัสดุในฝ้าชนิดนี้ เช่น ใช้กระจก อะคริลิก ไม้ ผ้า หรือ ผ้าใบ เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบ โดยฝ้าชนิดนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญในการติดตั้ง

1.6 ฝ้าระแนง

ฝ้าเพดานระแนง

ฝ้าระแนง เป็นฝ้าที่นิยมใช้เพื่อความสวยงามที่ให้ความรู้สึกทันสมัย นอกจากนี้ยังใช้สำหรับพรางงานระบบต่าง ๆ อีกด้วย โดยฝ้าเพดานชนิดนี้นอกจากจะเพิ่มความสวยงามแล้วยังช่วยให้ภายในอาคารมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพราะมีความโปร่ง นอกจากนี้ฝ้าระแนงยังซ่อมแซมได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งฝ้าประเภทนี้จะเหมาะกับใช้ในอาคารสาธารณะ เช่น ล็อบบี้ โถงโรงแรม หรือ ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

1.7 ฝ้าเพดานซ่อนระบบไฟ

ฝ้าเพดานซ่อนระบบไฟ

ฝ้าเพดานซ่อนระบบไฟ เป็นฝ้าเพดานที่มีการเว้นพื้นที่เพื่อวางแนวไฟส่องสว่างให้ส่องมากระทบแผ่นฝ้าลงมาสู่พื้นที่ใช้งาน โดยฝ้าเพดานชนิดนี้จะช่วยให้ภายในห้องมีแสงที่สม่ำเสมอ นุ่นนวลและสบายตามากยิ่งขึ้น ซึ่งฝ้าเพดานซ่อนระบบไฟนั้นส่วนมากจะนิยมใช้เพื่อเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับพื้นที่นั้น ๆ

2.ฝ้าเพดานประเภทแบ่งตามวัสดุที่ใช้งาน

2.1 ฝ้าที่ทำจากวัสดุยิปซั่ม

เป็นฝ้าเพดานที่ผลิตมาจากผงแร่ยิปซั่มที่อัดปิดทับหน้าหลังด้วยกระดาษ มีพื้นผิวที่เรียบเนียน และมีการเคลือบสารเคมีบางชนิดเพื่อเสริมคุณสมบัติการใช้งานให้มีการใช้งานที่ดีขึ้น โดยความหนาของแผ่นยิปซั่มที่นิยมใช้ส่วนใหญ่ คือ 9 มม. 12 มม. และ 15 มม. มีความกว้างอยู่ที่ 1.20 เมตร และยาว 2.40 เมตร ในส่วนของราคาก็มีให้เลือกหลากหลายตั้งแต่ 140-300 บาทต่อแผ่น ขึ้นอยู่กับชนิดและความหนาของแผ่น

ข้อดี

  • มีน้ำหนักเบา 
  • ติดตั้งได้ง่าย
  • มีพื้นผิวที่เรียบเนียน ไร้รอยต่อ
  • หาซื้อได้ง่าย
  • ช่วยลดเสียงและความร้อนได้

ข้อเสีย

  • เปราะหักได้ง่าย 
  • ไม่ทนความชื้น

2.2 ฝ้าที่ทำมาจากวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์

แผ่นฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ หรือเรียกว่าแผ่นฝ้าสมาร์ทบอร์ด  ทำมาจากปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่ผสมเข้ากับเส้นใยเซลลูโลสชนิดพิเศษ ทรายซิลิก้า และน้ำ จากนั้นนำไปเข้ากระบวนการอบไอน้ำในอุณหภูมิสูง เพื่อเสริมคุณสมบัติที่ทนทานสูงขึ้น โดยแผ่นฝ้าไฟเบอร์ซีเมนต์ในท้องตลาดจะมีราคาตั้งแต่  400-1,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภท และขนาด

ข้อดี

  • น้ำหนักเบา
  • ติดตั้งได้ง่าย
  • ช่วยให้บ้านเย็นและประหยัดค่าไฟฟ้าได้
  • มีความแข็งแรง และทนทานสูง
  • มีความยืดหยุ่นสูง
  • ใช้งานได้ทั้งภายใน และภายนอก

ข้อเสีย

  • มีรอยต่อระหว่างแผ่น
  • พื้นผิวไม่เรียบ

2.3 ฝ้าที่ทำมาจากวัสดุไม้จริง และไม้เทียม

ฝ้าที่ทำมาจากวัสดุไม้จริง เป็นฝ้าเพดานที่มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ มีราคาที่สูง และดูแลรักษาได้ยาก  จึงทำให้คนหันมาเลือกใช้ฝ้าที่ทำมาจากวัสดุไม้เทียม หรือเรียกว่า ไม้พลาสติกคอมโพสิต (Wood Plastic Composite) โดยนิยมนำมาทำเป็นฝ้าเพดานโปร่งแบบระแนง 

ข้อดี

  • ไม่มีมอดและแมลงรบกวน
  • มีความแข็งแรงทนทานสูง
  • ทนทานต่อความชื้น ไม่ลามไฟและไม่ติดไฟ
  • ติดตั้งได้ง่าย 

ข้อเสีย

  • เมื่อใช้งานเป็นเวลานานหรือโดนแดดจัด ๆ จะทำให้สีซีดจางได้
  • มีผิวสัมผัสที่ไม่เหมือนไม้จริง 
  • ไม่สามารถทาสีทับได้ 

2.4 ฝ้าที่ทำมาจากวัสดุไวนิล

แผ่นฝ้าไวนิล ทำความจาก UPVC หรือ Unplasticised Poly Vinyl Chloride ซึ่งเป็นเนื้ออะคริลิกประเภทหนึ่ง นิยมนำไปติดตั้งในพื้นที่ใหญ่ ๆ เช่น ปั๊มน้ำมัน ,อาคารสำนักงาน ,ห้างสรรพสินค้า และอาคารสาธารณะ เป็นต้น โดยมีราคาตั้งแต่ 350-1,000 บาทขึ้นไป ราคาขึ้นอยู่กับขนาด และลวดลายของแผ่นฝ้าไวนิล

ข้อดี

  • ติดตั้งได้ง่าย 
  • มีพื้นผิวที่เรียบ สามารถใช้งานได้ทั้งสองด้าน
  • มีน้ำหนักเบา ขนย้ายได้สะดวก
  • มีความทนทานสูง
  • สามารถกันน้ำ กันปลวกได้
  • มีลวดลายให้เลือกหลากหลาย
  • ดูแลรักษาและทำความสะอาดได้ง่าย

ข้อเสีย

  • หากใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้สีของฝ้าเปลี่ยนแปลงได้
  • มีข้อจำกัดในเรื่องของการอ่อนตัวมากกว่าวัสดุอื่น ๆ
  • มีราคาที่ค่อนข้างสูง

2.5. ฝ้าที่ทำมาจากวัสดุอลูมิเนียม

เป็นฝ้าที่มีลักษณะเป็นแผ่นตะแกรง หรือเป็นเส้นยาวคล้ายระแนง ทำมาจากการนำแร่บอกไซด์มาถลุงจนได้อลูมิน่าบริสุทธิ์  และนำไปหลอมจนได้เป็นแทงอลูมิเนียมบริสุทธิ์ แล้วนำไปแปรรูปด้วยแม่พิมพ์ที่มีขนาดและรูปทรงที่ต่างกัน เพื่อให้ได้ฝ้าเพดานตามการใช้งาน โดยฝ้าเพดานชนิดนี้นิยมใช้อาคารขนาดใหญ่ เช่น สถานีขนส่ง อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า หรือ อาคารสาธารณะอื่นๆ เพื่อซ่อนระบบ ซึ่งมีราคาที่สูงมากจึงไม่นิยมนำมาใช้ในที่พักอาศัย

ข้อดี

  • มีความทนทานสูง มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน
  • มีพื้นผิวหน้าที่เรียบเนียน สวยงาม และมีหลากสีให้เลทอก
  • มีน้ำหนักเบา ขนย้ายได้สะดวก
  • ติดตั้งได้ง่าย ทั้งดูแลรักษาได้ง่ายอีกด้วย
  • ทนต่อการลามไฟได้ดี

ข้อเสีย

  • มีขีดจำกัดในการรับแรงกระแทก 
  • ไม่สามารถทนต่อแรงดัดได้
  • มีราคาที่ค่อนข้างสูง

          หากอยากได้ฝ้าเพดานที่เหมาะสมต่อการใช้งาน อย่างไรนั้นลองนำข้อมูลดี ๆ เรื่อง ฝ้าเพดาน มีกี่แบบ เลือกแบบไหนถึงเหมาะสม ที่ HomeTricks เคล็ดไม่ลับเรื่องบ้าน นำมาแชร์ในวันนี้ ไปช่วยในการตัดสินใจเลือกฝ้าเพดานที่ใช้สำหรับบ้านของคุณได้ ทั้งนี้หากอยากหาทราบเกร็ดความรู้เรื่องบ้านเพิ่มเติม เช่น ปัญหาเรื่องบ้าน หรือ ไอเดียแต่งบ้าน ก็สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ อย่างไรนั้นก็อย่าลืมติดตามไอเดียแต่งบ้านและเทคนิคเกี่ยวกับบ้านได้ HomeTricks เคล็ดไม่ลับเรื่องบ้าน

Tags

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

TOP