ประกันบ้าน
  • Tips & Tricks
  • /
  • เคล็ด(ไม่)ลับเลือกซื้อประกันบ้านอย่างไรให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด
แชร์บทความ

เคล็ด(ไม่)ลับเลือกซื้อประกันบ้านอย่างไรให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

          ‘ประกันบ้าน’ เป็นประกันที่คุ้มครองบ้านจากภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นลมพายุ แผ่นดินไหว ลูกเห็บ น้ำท่วม รวมไปจนถึงอุบัติเหตุต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าจากไฟฟ้าลัดวงจร, ความเสียหายของบ้านที่เกิดจากแรงระเบิด, ฝนตกลมพัดแรง ทำให้หลังคาเสียหาย น้ำฝนรั่วเข้ามาทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย หรือรถ ชนบ้าน ชนรั้วบ้าน เป็นต้น ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นกับบ้านของเราได้ ถึงแม้ว่าโอกาสที่จะเกิดนั้นมีน้อยมาก แต่ถ้าหากเกิดขึ้นแล้วขนาดความเสียหายก็อาจไม่น้อยทีเดียว ดังนั้นการทำประกันบ้านก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้  สำหรับใครที่อยากซื้อประกันบ้าน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือจะต้องซื้อแบบไหนถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่ากับเรามากที่สุด วันนี้ HomeTricks เคล็ดไม่ลับเรื่องบ้าน มีคำตอบมาให้จะมีอะไรบ้างนั้น เราไปดูกัน

เคล็ด(ไม่)ลับเลือกซื้อประกันบ้านอย่างไรให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

ประกันบ้าน

1. เลือกซื้อประกันบ้านให้เหมาะกับความเสี่ยง

สำหรับการเลือกซื้อ ‘ประกันบ้าน’ สิ่งแรกที่เราควรคำนึงถึง คือ การเลือกซื้อประกันที่เหมาะกับความเสี่ยงของเรามากที่สุด แนะนำให้เจ้าของบ้านตรวจสอบเงื่อนไขของกรมธรรม์ให้ดีก่อนซื้อ เปรียบเทียบประกันบ้านให้ครบถ้วน และเลือกให้เหมาะสมกับบ้านของคุณ แต่โดยพื้นฐานหากจะซื้อประกันบ้านแนะนำให้เลือกซื้อประกันบ้านที่ครอบคลุมความเสียหายของบ้านไปจนถึงทรัพย์สินภายในบ้าน ซึ่งประกันประเภทนี้บริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมให้ตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินจำนวนวงเงินประกันที่เลือกไว้ ซึ่งการทำประกันบ้านจะให้ความคุ้มครองทรัพย์สินอยู่ 2 ส่วน คือ ‘ตัวบ้านหรือโครงสร้างบ้าน’ และ ‘ทรัพย์สินภายในบ้านที่ใช้เพื่อการอยู่อาศัย’ เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น ดังนั้นเจ้าของบ้านควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าประกันบ้านที่คุณจะซื้อนั้นคุ้มครองทั้ง 2 ส่วนนี้หรือไม่

2. ควรเลือกซื้อประกันบ้านที่แผนทุนประกันภัยเหมาะสมกับบ้านของเรา

ในการเลือกซื้อประกันบ้านจะต้องตรวจสอบให้ดีก่อนว่าแผนประกันนั้นเหมาะกับความเสี่ยงของบ้านคุณหรือไม่ และแนะนำให้เลือกทุนประกันที่ครอบคลุมมูลค่าของบ้านและทรัพย์สิน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากเกิดความเสียหายที่ตรงกับเงื่อนไขของกรมธรรม์ ประกันจะได้ชดเชยค่าสินไหมทดแทนได้ครอบคลุมมากที่สุด เพราะถ้าซื้อทุนประกันน้อยเกินไป จะกลายเป็นว่าเราต้องแบกรับภาระความเสียหายเพิ่มด้วยเงินของตัวเราเองเพิ่มเข้าไปอีก

3. หากบ้านของคุณมีความเสี่ยงอื่นๆ สามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้

ในกรณีที่บ้านของคุณเป็นบ้านอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ เช่น เสี่ยงต่อการโจรกรรม ความคุ้มครองพื้นฐานปกติที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอ ซึ่งคุณสามารถซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติม หรือซื้อทุนประกันเพิ่มได้ โดยสามารถสอบถามเงื่อนไขต่าง ๆ จากทางบริษัทประกัน หรือ บริษัทนายหน้าประกันภัยได้เลย ว่าแต่ละบริษัทมีความคุ้มครองเพิ่มเติมอะไรบ้าง

4. เลือกระยะเวลาคุ้มครองในระยะยาว

การซื้อประกันบ้านยิ่งถ้าเลือกระยะคุ้มครองในระยะยาว ก็จะช่วยให้ประหยัดค่าเบี้ยประกันไปได้เยอะเลยทีเดียว โดยปกติประกันบ้านจะให้ความคุ้มครองอยู่ที่ 3 ปีต่อกรมธรรม์ หากซื้อความคุ้มครอง 3 ปี เบี้ยประกันต่อปีอาจจะประหยัดได้เกือบ 17 % (เบี้ยฯ 3 ปี คิด 250% จาก 300% ส่วนลดเฉลี่ยรายปีคือ 50% ÷ 3 = 16.67%)

5. ไม่จำเป็นต้องซื้อทุนประกันที่สูงกว่ามูลค่าแท้จริงของสินทรัพย์

การที่คุณเลือกซื้อทุนประกันบ้านที่ให้มูลค่าแท้จริงสูงกว่าสินทรัพย์ ถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะการเลือกซื้อทุนประกันสูงกว่ามูลค่าแท้จริงของสินทรัพย์นั้นอาจทำให้คุณเสียเบี้ยประกันไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะโดยหลักการบริษัทประกันจะพิจารณาชดเชยค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงเป็นอันดับแรก แต่ไม่เกินจากวงเงินประกันที่ทำไว้

ยกตัวอย่างมูลค่าบ้านอยู่ที่ 1 ล้านบาท แต่ทำประกันในวงเงิน 3 ล้านบาท เมื่อเกิดเหตุความเสียหายประเมินความประเมินความเสียหายอยู่ที่ 8 แสนบาท บริษัทประกันก็จะชดใช้ความเสียหายไม่เกิน 8 แสนบาท หรือ ถ้าหากเกิดความเสียหายทั้งหมด ก็จะชดใช้ให้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ได้ชดใช้ให้ 3 ล้านบาทตามทุนประกันที่ซื้อไว้

6. อัตราเบี้ยประกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้พื้นที่ของสถานที่นั้นๆ

‘ประกันบ้าน’ จะมีอัตราเบี้ยประกันสูงหรือต่ำ จะพิจารณาได้จากสถานที่เป็นหลัก ดังนั้นถ้าสถานที่นั้น ๆ เป็นบ้านอยู่อาศัย บริษัทประกันจะประเมินว่ามีความเสี่ยงต่ำ แต่ถ้าสถานที่นั้น ๆ มีการใช้พื้นที่ในลักษณะอื่น ๆ เช่น เป็น ร้านค้า หรือ ร้านอาหาร ความเสี่ยงก็จะเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าการทำประกันก็จะมีอัตราเบี้ยประกันที่สูงขึ้นด้วยเมื่อเทียบกับประกันบ้านอยู่อาศัยทั่วไป

ยกตัวอย่างกรณีอาคารพาณิชย์หรือตึกแถว 3 ชั้น ถ้าชั้นที่ 1 เป็นร้านอาหารตามสั่ง ชั้นที่ 2-3 ใช้เป็นที่อยู่อาศัย ตึกแถวหลังนี้จะไม่สามารถซื้อประกันภัยบ้านที่อยู่อาศัยได้ แต่ต้องไปซื้อประกันภัยประเภทร้านค้าแทน ก็จะทำให้อัตราการคำนวณเบี้ยประกันก็จะต่างจากประกันภัยบ้านอยู่อาศัย แต่ถ้าตึกแถวทั้ง 3 ชั้น ใช้เป็นพื้นที่ที่อยู่อาศัยทั้งหมด ในกรณีนี้ก็จะสามารถซื้อประกันบ้านได้

 

           เป็นอย่างไรกันบ้างกับบทความ เคล็ด(ไม่)ลับเลือกซื้อประกันบ้านอย่างไรให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด ที่ HomeTricks เคล็ดไม่ลับเรื่องบ้าน นำมาแนะนำ หากคุณกำลังวางแผนที่จะทำประกันบ้าน หรือลังเลว่าจะทำประกันบ้าน อย่างไรก็สามารถนำเทคนิคเหล่านี้ไปพิจารณาได้ ซึ่งการมีประกันบ้านก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้หากอยากได้ประกันภัยที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด TQM Home ก็ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทประกันที่พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องประกันภัยที่ครบครัน โดยคุณสามารถอย่างประกันภัยบ้านแสนรัก หรือ บ้านเติมรัก ประกันภัยบ้านที่ครอบคลุมและคุ้มค่าที่สุด ไม่พลาดบทความไอเดียแต่งบ้านและเทคนิคเกี่ยวกับบ้านได้ที่นี่ HomeTricks เคล็ดไม่ลับเรื่องบ้าน

 

                     ทิพยประกันภัย ประกันบ้านแสนรัก                  ไทยวิวัตน์ ประกันบ้านเติมรัก

Tags

บทความยอดนิยม

บทความล่าสุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

TOP